วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

คาร์บอนไฟเบอร์ vs คาร์บอนเคฟลาร์


                  คาร์บอนเคฟลาร์ แท้จริงเป็นอย่างไร ?

            หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของวัสดุ คาร์บอนไฟเบอร์ (CARBON FIBER) และ คาร์บอนเคฟลาร์ (CARBON KEVLAR) บางคนบอกว่ามันคือชนิดเดียวกันนั้นแหละ บางคนบอกว่าไม่ใช่ คำตอบก็คือ เป็นคนละชนิดกันครับ คาร์บอนเคฟลาร์ ที่เป็นตารางลายต่างๆ สีดำ ที่เราเข้าใจกันอยู่นี้ แท้จริงแล้วคือคาร์บอนไฟเบอร์ แต่บ้านเรากลับเรียกว่าคาร์บอนเคฟลาร์ ด้วยเหตุผลอะไรนั้น ผมยังหาคำตอบที่แท้จริงไม่ได้ แต่ผมจะขอเรียกสั้นๆ ว่า เคฟลาร์ ก็แล้วกันครับ




            คาร์บอนไฟเบอร์ นั้นมีพื้นฐานมาจากพลาสติคที่เราคุ้นเคยกันอยู่นี่แหละครับ โดยการใช้ความร้อนจากวัตถุดิบ โพลีอครีโลไนทริล (POLYACRYLONITRILE) หรือเรียกย่อๆ ว่า PAN โดยเราจะเอาโมเลกุลที่ไม่มีความแข็งแรงเหล่านี้ มาเปลี่ยนแปลงการเรียงลำดับโครงสร้างทางเคมีกันใหม่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้มี 4 ขั้นตอน คือ

      1. OXIDATION เป็นการนำเส้นใยมาเผาที่ความร้อนสูงกว่า 3,000 องศาเซลเซียส

      2. CARBONISATION เป็นการแยกธาตุออกด้วยการเผาที่ความร้อน 10,000-30,000 องศาเซลเซียส ในบรรยากาศที่เป็นไนโตรเจนด้วยความดันสูงมาก

      3. SURFACE TREATMENT คือ การเคลือบผิวหน้าของเส้นใย ให้สามารถรวมตัวกันเป็นเส้นใยที่ใหญ่ขึ้นได้ และขั้นตอนสุดท้าย คือ SURFACE COATING การนำ อีพอกซี (EPOXY) มาเคลือบผิวเพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้โดยไม่มีการหลุดล่อน
เมื่อผ่านกระบวนการทั้งหมดแล้ว จะได้ผ้าคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความทนทานกว่าเหล็กถึง 5 เท่า สามารถทนแรงบิด แรงเค้นได้มาก รวมถึงยังเบาและมีความหนาแน่นน้อยกว่า จากการจัดเรียงตัวของโมเลกุลธาตุคาร์บอนใหม่ จนมีความแข็งแรงสูงนั่นเอง
ส่วนคาร์บอนเคฟลาร์ เป็นเส้นใยสังเคราะห์ชนิดหนึ่ง สามารถทนไฟได้เพราะมีจุดหลอมเหลวที่ 500 องศาเซลเซียส มีความแข็งแรงเมื่อเทียบกับเหล็กกล้าที่มีน้ำหนักเท่ากัน มักใช้ในงานอุตสาหกรรม เช่น ทำผ้าใบ ยางรถยนต์ ท่อ สายพานในอุตสาหกรรม เคเบิล ร่มชูชีพ เสื้อกันกระสุน งานเสริมแรงพลาสติคด้านอวกาศ เครื่องบิน ลำเรือ และงานก่อสร้างต่างๆ ที่เกี่ยวกับความเหนียว และความแข็งแรง

สินค้าดูที่นี่


สติ๊กเกอร์เคฟล่า คาร์บอน 3M ความเงา 3D สติกเกอร์คาบอน ติดรถ อเนกประสงค์ สีดำ ขนาด 20X150 ซ.ม. ราคาถูก เก็บเงินปลายทาง Carbon Kevlar Sticker
  • สติ๊กเกอร์เคฟล่า คาร์บอน 3Dลายคาร์บอน ไฟเบอร์ เหมือนจริง
  • ขนาด 20X150 ซ.ม.
  • เหมาะสำหรับใช้งานทั้งภายใน และ ภายนอก
  • High Quality ทนความร้อน และ กันนั้ำ
  • ลอกออกได้ง่าย ไม่กินเนื้อสี
  • ใช้เทคโนโลยีขึ้นรูปสติ๊กเกอร์ด้วยความร้อน
  • ทนต่อการซีดจาง และ หดได้
  • สติ๊กเกอร์ คาร์บอน 3M ติดทน ติดนาน

คุณสมบัติ

- สติ๊กเกอร์เคฟล่า คาร์บอน 3Dลายคาร์บอน ไฟเบอร์ เหมือนจริง
- ขนาด 20X150 ซ.ม.
- เหมาะสำหรับใช้งานทั้งภายใน และ ภายนอก
- High Quality ทนความร้อน และ กันนั้ำ
- ลอกออกได้ง่าย ไม่กินเนื้อสี
- ใช้เทคโนโลยีขึ้นรูปสติ๊กเกอร์ด้วยความร้อน
- ทนต่อการซีดจาง และ หดได้
- สติ๊กเกอร์ คาร์บอน 3M ติดทน ติดนาน

ไฟตัดหมอก


                   ไฟตัดหมอกช่วยอะไร

        แม้ว่าการติดตั้งไฟตัดหมอกออกมาจากโรงงานจะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น แต่ก็มีคนจำนวนมากไม่เข้าใจวิธีใช้ไฟตัดหมอกที่ถูกต้อง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายมากกว่าประโยชน์ แถมยังผิดกฎหมายต้องขึ้นโรงพัก พาเสียเวลาไปอีกต่างหาก

         ไฟตัดหมอกไม่ใช่ของใหม่ในวงการรถยนต์แต่อย่างใด ทว่ามันมีมานานมากแล้ว โดยเฉพาะประเทศเมืองหนาว หรือประเทศที่มีภูเขาค่อนข้างมาก โดยเจ้าไฟตัดหมอกนี้จะเป็นดวงไฟชุดที่ 2 ที่จะช่วยให้ความสว่างยามที่ทัศนวิสัยการขับขี่ไม่เอื้ออำนวยนัก

         ชุดไฟตัดหมอก โดยมากมันก็คือ สปอร์ตไลท์ย่อส่วน ที่มาพร้อมกับดวงไฟขนาดไม่ใหญ่โตนัก ที่ขนาด 55วัตต์ แต่ก็ทะลุทะลวงเอาเรื่อง ด้วยหลอดไฟแบบเดียวกับสปอร์ตไลท์ ที่จะกระจายแสงในระนาบแนวกว้างนี้ จะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ได้ แม้จะไม่มากมายแต่ก็สามารถทำให้มองเห็นทางได้ดียิ่งขึ้น และยังเป็นที่สังเกตของรถที่สวนมา หรือรถที่ตามมาข้างหลังได้ สำหรับไฟตัดหมอกหลัง



         การใช้ไฟตัดหมอกนั้น

             สามารถทำได้ในหลายๆโอกาสเหมือนกัน แม้มันจะขึ้นชื่อว่าไฟตัดหมอก แต่คุณก็สามารถใช้ได้ โดยเฉพาะในหน้าฝนที่ตกพรำๆเช่นกัน ผิวถนนที่เคลือบด้วยน้ำจะทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่นั้นไม่ดี การเปิดไฟตัดหมอกก็จะพอช่วยได้ แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆ เรามี 4 สถานการณ์แนะนำ ที่ควรจะต้องเปิดไฟตัดหมอกขณะขับขี่

            1.  ฝนตก หนึ่งในสิ่งที่ควรทำ และน่าจะทำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพบ ว่าตัวเองกำลังฝ่าฝนชุดใหญ่ที่ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา คุณสมบัติในการกระจายแสงของไฟตัดหมอกจะช่วยให้คุณเป็นที่สังเกตได้ง่าย เช่นเดียว กับการเพิ่มทัศนวิสัยให้ตัวเองไปด้วยในตัว

            2.  หมอกหนา อันนี้คงไม่ต้องกล่าวอะไรกันมากนัก เพราะมัน เป็นสิ่งที่ไฟตัดหมอกเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ตามชื่อของมันอยู่แล้ว โดยมากเรามักจะคิดว่าไฟตัดหมอกนั้นจะใช้เฉพาะการขับรถหน้าหนาว แต่ ความจริงแล้ว เมื่อใดก็ตามที่ขึ้นภูเขา หรือที่สูง และพบว่าคุณตกอยู่ในทัศนวิสัยการขับขี่ที่ไม่ดี เจ้าไฟตัดหมอกนี่แหละที่เป็นตัวช่วยอย่างดี เลย

           3.  หลังฝนหยุดในเวลากลางคืน ข้อนี้เป็นอีกหนึ่งข้อที่เราอยากแนะนำให้ทำเป็นอย่างมาก เพราะมันมีประโยชน์ ช่วยให้เราเห็นเส้นทางได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นป้ายบอกทาง หรือเส้นทางจราจรต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถขับขี่รถยนต์คันเก่งได้ง่ายขึ้น โดยปกติ เมื่อฝนหยุดแล้ว ถนนจะยังเปียกชื้น แม้ว่าจะเปิดไฟสูงไป แต่เราก็จะพบว่ามันไม่ค่อยสว่างมากนัก การหันมาเพิ่มความเข้มของแสงด้วยไฟตัดหมอกจะช่วยขจัดปัญหานี้ และช่วยลดการสะท้อนของน้ำที่ผิวถนนไปด้วยในตัว

            4. ขับผ่านกลุ่มควัน ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้หญ้า หรืออะไรก็ตามที่คุณพบว่า ทำให้ไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าเกินกว่า 50 เมตร ก็สามารถเปิดใช้ไฟตัดหมอกได้โดยไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด


มีสินค้า

รายละเอียดดูที่นี่ https://bit.ly/2PU4OZt


คุณสมบัติ:
  • 100% ใหม่เอี่ยมคุณภาพสูง
  • แบบ: 9006 5630 33 ไฟ LED
  • สี: ขาว
  • LED ต่อ หลอดไฟ: 33-smd
  • ประเภท LED: 5630 ชิป
  • การใช้งาน: เปิดและ ไฟท้าย
  • หลอดไฟ ประเภท: 9006/HB4
  • ซุปเปอร์สูง ความสว่างเย็นไฟ LED สีขาว;
  • พลังงานต่ำ การบริโภคและความสว่างสูง;
  • ใช้กับ 12 V AC ยานพาหนะทดแทนโดยตรงไม่จำเป็นต้องเดินสายไฟ
  • ฟลักซ์ส่องสว่าง 800 LM ครับ
  • สีสวย อุณหภูมิ 5500 ~ 6500 K
  • ขนาด: 55 มม. (L) x 18 มม. (D.)
เนื้อหาแพคเกจ:
  • แสง 2x

      อย่างไรก็ดี การใช้ไฟตัดหมอกที่ถูกต้องจริงๆแล้ว ควรปิดเมื่อพบว่ามีรถสวนมาข้างหน้าในยามค่ำคืน โดยเฉพาะถนน 2 เลนสวนกัน ควรจะ ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และจำไว้ว่าไฟตัดหมอกไม่ใช่แฟชั่น ไม่ควรใช้อย่างพร่ำเพรื่อ

            หมายเหตุ : ทั้งนี้หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังใช้ไฟตัดหมอกอย่างผิดๆ เพราะความไม่เข้าใจ บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติตัวเองใหม่ การเปิด ไฟตัดหมอกอย่างพร่ำเพรื่อ นอกจากจะแสดงถึงมารยาทที่ไม่ดีในการใช้รถใช้ถนนแล้ว หากเจ้าหน้าที่พบเห็นอาจโดนจับได้ในข้อหาเปิดไฟตัด หมอกโดยไม่มีสาเหตุ มีโทษสูงสุดปรับ 500 บาท และที่สำคัญที่สุดการใช้ไฟตัดหมอกอย่างถูกวิธี จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งต่อตัวท่านเอง และเพื่อนมนุษย์ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันอีกด้วย

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

การเอารถตั้งศูนย์ล้อ


                มุมล้อรถ

            ที่ส่วนมากคนจะไปตั้งเวลาศูนย์ล้อเสียเช่น กินช้าย  กินขวา เวลาเราเข้าไปตั้งส่วนมากจะเป็นมุมแคมเปอร์และมุมโทแต่ช่างส่วนมากจะทำมุมโท  หลายคนบางคนไปทำรถแต่ใจขอถามหลายร้านก่อน หรือ เอารถไปให้เครื่องตรวจแต่ไม่ทำแต่พอไปอีกเครื่องของอีกร้านกลับได้ค่าไม่เหมือนกันเพราะว่า เครื่องตรวจตั้งศูนย์หลายแบบตั้งแต่โนเทคโนโลยีไปถึงไฮเทคโนโลยีขึ้นกับงบการเงินของร้าน





             ส่วนรถก็มีหลายปัยจัยเช่นไม้ตีกลอง ลูกหมากคันชัก ลูกหมากคันส่ง ลูกหมาก ป้องยาพวงมาลัย ลูกหมากปีกนก เหล็กกันโคลง ลูกยางหลายต่าง และสปริงรถที่มีความล้าตามอายุจะส่งผลให้ล้อ ส่ายไปมาและกินยาง การสึกหรอยางไม่สม่ำเสมอแต่ก็ส่งผลให้มีการกินช้ายหรือขวาได้หมด  และการขับรถอาจมีการคายของน็อตให้มีการเปลี่ยนองศาของล้อได้
ชาวบ้านที่ต้องการตั้งศูนย์แบบง่ายก็ใช้เหล็กกล่องที่ยาวกว่าล้อและเก้าอี้อย่างละ 2ตัวชิ้น กับตลับเมตรก็ใช้ได้เป้นการวัดมุมโทได้ดี...แต่ต้องสูบลมให้เท่ากัน ทั้ง 4 ล้อก่อน  แล้วค่อยตั้ง

           เอาเหล็กวางที่เก้าอี้แล้วทาบกับล้อรถให้ชิดทั้งสองล้อ แล้วเอาตลับเมตรมาวัดจากล้อช้ายมาขวาแต่วัดสองผั่งล้อถ้าตัวเลขไม่เท่ากันแปลว่ามีการกินข้างใดข้างนึง



                 ก่อนตั้งศูนย์ ควร...

1-ควรเช็คลมยาง หน้ากับหน้า หลังกับหลัง ต้องเท่ากัน
2-ตั้งพวงมาลัย+ล้อตรงตามปกติ หมายถึงขับมาจอดตรงๆเลย (ห้ามจอด แต่ใช้วิธีหมุนพวงมาลัยให้ตรง)
3-พื้นลานจอดควรเรียบพอประมาณ หรือเรียบสุดยอด ตามสะดวกท่าน
4-มีเครื่องมือปรับแขนส่ง+ตลับเมตรพร้อม
5-ท่านต้องถอดพวงมาลัยเป็น ในกรณีตั้งศูนย์เสร็จ แต่ก้านพวงมาลัยไม่ตรง
6-ฉีดสเปรย์หล่อลื่นคลายเกลียวแขนส่งรอไว้เลย
7-ห้ามยกหน้ารถทุกกรณี
8-ท่านควรมีโจทย์อยู่แล้ว รถท่านกินซ้าย/ขวา หรือเวลาเลี้ยวหนักซ้ายเบาขวา หรือ หนักขวาเบาซ้าย
9-ที่สำคัญ รถท่านต้องไม่เกิดอุบัติเหตุแชชซีผิดรูปเสียศูนย์ หรือ ไปเปลี่ยนแหนบหลังโดยใส่เพลาหลังไม่ตรงตำแหน่งเดิม
10-ชิ้นส่วนช่วงล่างด้านหน้าต้องปกติไม่หลวมคลอนแคลน
11-ยางรถต้องสภาพดี


แล้วทำแบบนี้

1-ใช้ตลับเมตรวัดระยะห่างระหว่างกลางเส้นยางล้อหน้า-ด้านหน้า แล้วจดค่าไว้
2-ใช้ตลับเมตรวัดระยะห่างระหว่างกลางเส้นยางล้อหน้า-ด้านหลัง แล้วจดค่าไว้
3-จากนั้นท่านก็ทราบแล้วว่าล้อหน้าของท่าน ปกติขนานกัน/ถ่างออก/หุบเข้า
4-จากนั้นเอาโจทย์ของท่านมาดู..ว่า
   4-01 กินซ้าย ให้ปรับแขนส่งตรงล้อขวา ไปทางขวา
   4-02 กินขวา ให้ปรับแขนส่งตรงล้อซ้าย ไปทางซ้าย
*** มีข้อแม้ว่า ล้อหน้าด้านหน้าต้องถ่างออกจากแนวขนานไม่เกิน 3-5 มิล ***
   3 มิลกำลังงาม
การปรับถ่างล้อหน้า ตรงด้านหน้าให้ถ่างออก 3-5 มิล เพื่อให้เลี้ยวซ้าย-ขวาง่าย เบาขึ้นครับ

สินค้าดูได้ที่นี่  https://bit.ly/2WNefex



Also บล็อกชุด ลูกบล็อกลม ลูกบล็อกดำ ตัวยาว 10ตัวชุด
  • ลูกบล็อกลมยาว sq. 1/2(4หุน) จำนวน10ลูก 10ขนาด
  • เบอร์ 10, 12, 13, 14, 15, 17, 19, 21, 22, 24mm
  • ลูกบล็อกลมแบบยาว เนื้อเหล็กแข็งพิเศษ
  • สำหรับงานบล็อกลมโดยเฉพาะ
  • สามารถใช้งานหนัก งานอู่ได้ รองรับแรงบิดแรงกระแทกสูง
  • พร้อมกล่องใส่ลูกบล็อกอย่างดี

ข้อมูลเฉพาะของ Also บล็อกชุด ลูกบล็อกลม ลูกบล็อกดำ ตัวยาว 10ตัวชุด


ปัญหาของระบบเบรคจุดสำคัญที่คุณต้องรู้


                  อาการเบรคที่เจอกันมาก   




    

            เบรคตื้อ 

            เป็นอาการที่เวลาเหยียบเบรค แล้วรู้สึกว่า เบรคมันไม่ค่อยอยู่ เบรคแข็งๆ ต้องออกแรงเหยียบเบรคมากๆ อาการเบรคตื้อ เกิดมาจากหลายสาเหตุ เช่น แรงดูดสุญญากาศของหม้อลมน้อย เพราะปั้มตูดไดชาร์จเสีย หรือผ้าในหม้อลมรั่ว วาล์ว PVC หรือ Combo Vale เสีย สายลมรั่ว

            เบรคต่ำ 

            เวลาเหยียบเบรคแล้วรู้สึกว่า แป้นเบรคจมลงต่ำกว่าปรกติ เหยียบค้างไว้เบรคค่อยๆจมลงๆ เป็นอาการของเบรคต่ำ ส่วนมากเกิดมาจาก ลูกยางแม่ปั้มเบรคบน มีอาการสึกหรอ หรือบวม ทำให้แรงดันเบรคลดลง ต้องออกแรงเบรคมากขึ้น หรือต้องเหยียบเบรคซ้ำๆกัน หลายๆครั้ง

            เบรคติด

             อาการเหมือนรถมีอาการเบรคทำงานอยู่ตลอดเวลา รถจะตื้อ เบรคร้อนมีกลิ่นเหม็นไหม้ เบรคปัดซ้าย-ขวา รถวิ่งไม่ออก จอดแล้วเข็นรถไม่ได้ เป็นอาการของเบรคติด ส่วนมากเกิดจาก การลูกยางกันฝุ่นของแม่ปั้มเบรคเสีย ทำให้มีน้ำซึมเข้าไปในกระบอกเบรค จนเกิดสนิมติดขัด ลูกสูบเบรคไม่สามารถเคลื่อนตัวเข้าออกได้

            การแก้ไข

            เปลี่ยนชุดซ่อมแม่ปั้มเบรคล่าง ถอดมาขัดสนิมออก ทั้งแม่ปั้ม และกระบอกเบรค หรือถ้ามีสนิมมากจนเกิดตามด จะทำให้น้ำมันเบรครั่วซึมได้ ต้องเปลี่ยนลูกสูบเบรค หรือแม่ปั้มทั้งชุด
เบรคแตก คืออาการ เหยียบเบรคแล้ว แป้นเบรคที่ขาเบรคจม จนแป้นเบรคกระทบกับพื้นรถ หรือนิ่มหยุ่นๆก่อนแล้วจมลงติดพื้น เมื่อเหยียบเบรคแล้วรถยังคงวิ่งที่ความเร็วเท่าเดิม เหมือนไม่มีเบรค

            สาเหตุ

      1. เกิดจากรั่วของน้ำมันเบรค เช่นสายอ่อนเบรคแตก ท่อแป๊ปเบรคแตก หรือน้ำมันเบรครั่วซึมมาเป็นเวลานาน ลูกยางแม่ปั้มเบรค และแม่ปั้มเบรคเก่า เสียหายจนน้ำมันเบรครั่วไหลออกจนหมด

     2. ผ้าเบรคหมด จนหลุดออก เป็นไปได้บ่อยครั้งที่ เวลาที่ผ้าเบรคหมดนานๆ และยังปล่อยไว้ไม่ได้รับการเปลี่ยน ผ้าเบรคจะบางมากจนหลุดออกจากฝักก้ามปูเบรค จะทำให้ลูกสูบเบรคหลุด เบรคจะแตกทันที

      3. ส่วนประกอบในระบบเกิดการหลุดหลวม เกิดได้หลายสาเหตุ เช่นสากแป้นเบรค (ที่ตั้งได้ไขไม่แน่นหลุดเกลียว หรือไม่ได้ใส่สลักล็อค) น็อตยึดขาเบรคหลุด ฝักเบรค หรือคาริบเปอร์เบรคยึดไม่แน่น และส่วนประกอบต่างๆในระบบเบรคประกอบไม่แน่นหลุดออก

      4. สายอ่อนเบรคแตก สายอ่อนที่เก่ามากๆ จะเกิดอาการบวม เวลาปกติก็ดูดี แต่พอเหยียบเบรคกลับ พองตัวเหมือนลูกโป่ง พวกนี้อันตรายมาก เวลาเหยียบเบรคเบาๆแรงดันน้ำมันเบรคต่ำก็รู้สึกดี แต่พอเวลาคับขัน เหยียบเบรคกะทันหันอย่างแรง สายอ่อนเบรคก็เกิดการรับแรงดันไม่ไหวแตกออก และการติดตั้งสายอ่อนเบรคไม่ดี เสียดสีกับล้อ และยาง หรือเสียดสีกับระบบช่วงล่างของรถ



            เบรคหมด 

            คืออาการ เบรคแล้วเกิดเสียงดัง เหมือนเหล็กสีกับเหล็ก เบรคลื่นๆ
เป็นอาการของเวลาที่ผ้าเบรคหมด ผ้าเบรคบางรุ่นจะมีส่วนที่เป็นตุ่มโลหะมาแตะกับจานเบรคเพื่อให้เกิดเสียงดัง เป็นอาการส่งสัญญาณเตือน หรือติดตั้ง สวิทซ์ไฟโชว์ไว้ที่แผงหน้าปัด ต้องรีบเปลี่ยนโดยทันที เพราะจะทำให้ผ้าเบรคสีกับจนเบรคเสียหาย จนต้อเปลี่ยนจานเบรคใหม่ เสียเงินเพิ่มอีก

            เบรคสั่น

             คืออาการที่เหยียบแล้ว แป้นเบรคเกิดอากาสั่นขึ้นๆลงๆ รู้สึกได้ด้วยเท้า รถที่เบรคสั่นมากๆจะรู้สึกสั่นถึงพวงมาลัย หรือเวลาเหยียบเบรค เกิดอาการสั่นสะท้านไปทั้งคัน

            สาเหตุเกิดจาก 

            จานเบรคเกิดการคดบิดตัว เพราะการใช้งานที่รุนแรงกินไป การลุยน้ำ (จานเบรคที่ร้อนจัด เวลาเจอน้ำมักจะบิดตัวได้ง่าย) ลูกปืนล้อหลวม น็อตล้อหลวม ผ้าเบรคสึกหรอไม่เท่ากัน อาการนี้เกิดได้ทั้งระบบดิสเบรค และดรัมเบรค

            เบรคเสียงดัง 

            อาการ มีเสียงดังที่เกิดขึ้นในขณะเบรค ส่วนมากเกิดมาจาก ผ้าเบรค และจานเบรค เช่นผ้าเบรคหมด จนเหล็กผ้าสีกับจาน จานเบรคเป็นรอยมากๆเนื่องจากฝุ่น และหินที่หลุดเข้าไปเสียดสี ต้องเจียรจานเบรคใหม่ แต่ถ้าผ้าเบรคก็ใหม่ จานเบรคก็เรียบดี เสียงที่ดังมักเกิดจาก เสียงของผ้าเบรคเอง ผ้าเบรคที่ผลิตไม่ได้มาตราฐาน อัดขึ้นรูปผิดพลาด จะเกิดรอยร้าว เป็นช่องว่างให้อากาศเข้าได้จะเกิดเสียงดัง แล้วอย่าหวังเลยครับว่าใช้ไปเรื่อยๆ แล้วเสียงจะหายเอง ถือว่าน้อยมาก การเปลี่ยนผ้าเบรคใหม่ถือว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดครับ

            เบรคเฟด 

            คืออาการเบรคลื่นๆ เบรคไม่อยู่ในขณะที่ใช้ความเร็วสูง หรือติดต่อกันหลายๆครั้ง หรือใช้เบรคแบบหักโหม อาการนี้เกิดขึ้นเช่น เวลาที่ขับรถมาด้วยความเร็วสูงมากๆ พอแตะเบรคครั้งแรกก็เบรคอยู่ดี พอแตะเบรคอีกหลายๆทีกลับเกินอาการลื่นเหมือนยังไม่เหยียบเบรคเลย ถือว่าน่ากลัวมาก

           สาเหตุเกิดจาก

             ความร้อนของจานเบรคที่สูงเกินไป จานเบรคที่ใช้งานหนักอาจจะเกิดความร้อนสูงกว่า 1,000 องศา จานเบรคอาจเกิดการไหม้แดง เหมือนเหล็กถูกเผาไฟ และเกิดการขยายตัวมาก การระบายความร้อนของจานเบรคไม่ดี ผ้าเบรคที่มีคุณสมบัติในการทนความร้อนต่ำ จะเกิดการลุกไหม้เสียหาย ไม่สามารถจับจานเบรคให้อยู่ได้ รวมถึงน้ำมันเบรคที่คุณสมบัติในการทนความร้อนต่ำ จะทำให้น้ำมันเบรคเดือด เกิดการขยายตัวเป็นฟองอากาศ ทำให้แรงดันไฮโดลิคลดต่ำลง อาการเบรคเฟดนี้ ถือเป็นปัญหาของนักซิ่ง ที่ชอบใช้เบรคแบบรุนแรง เบรคบ่อยๆติดต่อกัน และ รถที่ขับด้วย ความเร็วสูง


            การดูแลรักษาระบบเบรค และข้อควรระวัง

            การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรค แม้ว่าจะไม่มีการรั่วหรือลดระดับลงอย่างใดก็ตาม น้ำมันเบรคควรได้รับการเปลี่ยนถ่ายปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะน้ำมันเบรคมีส่วนประกอบมาจากน้ำมันแร่ จึงมีการรวมตัวกับไอน้ำได้ง่าย ทำให้ระบบเบรคเกิดสนิม ความร้อนที่สูงเกินไปทำให้เกิดฟองอากาศในท่อน้ำมัน ฝุ่นผงที่สึกหรอของลูกยางเบรคจะเสียดสี กับแม่ปั้มเบรค ทำให้กระบอกเบรคเสียหายเร็วขึ้น น้ำมันเบรคต้องเลือกใช้ให้ตรงกับมารตราฐานที่ผู้ผลิตกำหนด เช่น DOT3 จะไม่สามารถนำน้ำมันเบรค DOT อื่นผสม หรือนำน้ำมันอื่นๆเติมแทน เพราะจะทำให้ลูกยางเบรคบวมได้ การเช็คระยะห่างผ้าเบรค ในระบบดรั้มเบรค ระยะห่างระหว่างผ้า และจานเบรคที่มากขึ้น จะสังเกตได้จากการเหยียบเบรคจะต่ำลง และการดึงเบรคมือที่สูงขึ้น ระดับน้ำมันเบรคลดต่ำลง ควรต้องทำการถอดจานเบรคมาทำความสะอาด เป่าฝุ่นทิ้ง และตั้งระยะผ้าเบรคให้ชิดขึ้น การตั้งจะใช้ไขควงเขี่ยเฟืองตั้งให้หมุนตามฟันตั้ง ด้านหลังจานเบรค ใส่ล้อไขให้แน่นแล้วหมุนสังเกตถ้าล้อเริ่มหมุนฝืดขึ้น ถือว่าใช้ได้ ทำทั้ง 2 ล้อ หรือสังเกตจากเสียงแกรกๆ เวลาดึงเบรคมือควรจะอยู่ที่ 5 – 7 แกรก

            การตรวจสอบผ้าเบรค

             ผ้าเบรคเป็นส่วนที่สึกหรอเร็วกว่าส่วนอื่น เพราะมีการเสียสีทั้งจานเบรค และฝุ่นต่างๆ ควรถอดเช็คเป็นประจำ สังเกตเปรียบเทียบกับผ้าเบรคของใหม่แกะกล่อง จะมีความหนาเป็น 100 % ผ้าเบรคที่ใช้แล้วความหนาจะลดลงเรื่อยๆ ในจุดที่ต่ำกว่า 40 – 30 % นั้นถือว่าไม่ปลอดภัย เพราะผ้าเบรคในช่วงที่เหลือน้อย การสึกหรอจะรวดเร็วกว่าหลายเท่าตัว จนถึงระดับบางมาก เนื้อผ้าเบรคอาจหลุดร่อนได้อย่างกะทันหัน เป็นผลให้แผ่นเหล็กสีกับจานเบรคจนเสียหาย เสียเงินเพิ่ม หรือถ้าผ้าเบรคหลุดออกจากฝักเบรค ลูกสูบปั้มเบรค และน้ำมันเบรคจะหลุดออก ที่เรียกกันว่าเบรคแตกนั้นเองการเปลี่ยนจานเบรค และการเจียรจานเบรค การใช้ผ้าเบรคที่มีโลหะผสมอยู่มาก ฝุ่น หิน และการปล่อยให้ผ้าเบรคหมด จะทำให้จานเบรคเป็นรอย การขับรถลุยน้ำขณะที่จานเบรคร้อน จะทำให้จานเบรคคด หรือบิดตัว ต้องทำการเจียรจาน ด้วยเครื่องมือเจียรจานเบรค ทำได้ 2 วิธี 

      การถอดจานเบรคมาเจียรด้วยเครื่องเจียรจาน

 แบบนี้ต้องใช้ค่าแรงสูงและอาจต้องมีการเปลี่ยนจารบีลูกปืนล้อใหม่ เสี่ยงต่อเศษฝุ่นผงเหล็กปะปนกับการประกอบจานเบรคคืน และ

      การใช้เครื่องเจียรจานแบบประชิดล้อ

แบบนี้ไม่ต้องเสียเวลาถอดจานเบรค และลูกปืนล้อ แต่ความเที่ยงตรงไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสภาพดุมล้อ และลูกปืนล้อ ว่าหลวมหรือคดหรือไม่ การเจียรจะทำให้จานเบรคบางลง จานเบรคที่บางจะทำให้เกิดการแตกร้าว และคดได้ง่าย ควรเปลี่ยนจานเบรคใหม่ถือเป็นการดีที่สุดการทำความสะอาดจานเบรค ถ้ามีจารบี หรือสิ่งแปดเปื้อน ติดอยู่ที่จานเบรค ควรใช้น้ำยาล้างจานเบรคโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้น้ำมันอื่นๆมาทำความสะอาด หรือถ้าไมมีจริงๆ ควรใช้ทินเนอร์ 100% หรือ แอลกอลฮอลบริสุทธิเท่านั้นการตรวจสอบสายอ่อนเบรค ควรตรวจสอบเป็นประจำสม่ำเสมอ ถ้าเห็นว่ามีอาการบวม บิดคดเสียรูป ปลอกหุ้มภายนอกฉีกขาด หรือมีการเสียดสี ควรรีบเปลี่ยนทันที เพราะอาจจะเกิดการแตกได้ง่ายๆ
             การล้างและเปลี่ยนชุดซ่อมเบรค เบรคที่ได้รับการใช้งานอยู่เป็นประจำ ควรได้รับการเปลี่ยนชุดซ่อม จำพวกลูกยางแม่ปั้มเบรค ลูกยางลูกสูบเบรค และยางกันฝุ่น อย่างน้อย 2 – 4 ปีครั้ง หรือถ้ามีมีการลุยน้ำ ต้องรีบตรวจเช็คทันที เพระลูกยางกันฝุ่นที่เก่าหมดสภาพ จะไม่สามารถกันน้ำและฝุ่นได้ น้ำที่ซึมผ่านเข้าไปในกระบอกเบรค และแม่ปั้มเบรค จะทำลายลูกสูบเบรคให้เกิดสนิม เป็นตามด ในกระบอกเบรค ทำให้เกิดอาการเบรคติด หรือน้ำมันเบรครั่วซึม
  

โอริงก็เป็นส่วนประกอบในการป้องกันรั่วของเบรค



MT O ring ยางโอริง อเนกประสงค์ คุณภาพสูง 18 ขนาด 225 ชิ้น พร้อมกล่องพลาสติก
https://bit.ly/2Cig9dM


  • แบบพกพา พร้อมกับกล่องพลาสติก
  • อุณหภูมิในการทำงาน: -25 ° C ~ + 100 ° C
  • วัสดุ: ยางไนไตร Nitrile Rubber (NBR)
  • ในกล่องมีแหวนโอริงถึง 18 ขนาด 225 ชิ้น
  • ทนทานต่อการกัดกร่อน ไม่มีมลพิษ ไม่มีรังสี
  • ยางอเนกประสงค์ โอริง สีดำ มีความยืดหยุ่นดี ทรงกลม
  • สามารถหยิบใช้งานได้สะดวก
คุณสมบัติ
แบบพกพา พร้อมกับกล่องพลาสติก แหวนโอริงจะอยู่ในช่อตามขนาด
ในกล่องมีแหวนโอริงถึง 18 ขนาด 225 ชิ้น ทนทานต่อการกัดกร่อน ไม่มีมลพิษ
ไม่มีรังสี ยางอเนกประสงค์ โอริง สีดำ มีความยืดหยุ่นดี ทรงกลม สามารถหยิบใช้งานได้สะดวก
รายระเอียดสินค้า

วัสดุ: ยางไนไตร Nitrile Rubber (NBR)
สีดำ ทนอุณหภูมิ: -25°C ~ +100°C

ติดตามผลงาน
https://kahoop.blogspot.com/
ทางยูทูป
https://www.youtube.com/channel/UCgkDOBhd6_500A3wfwNmK3w…
เพจ
Motor car mechanicช่างอิสระ
https://www.facebook.com/Motor-car-mechanic%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0-116415619741307/?modal=admin_todo_tour


วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

เบรค รั่ว ผ้าเบรคหมด รู้ก่อนเกิดอันตราย

                    อาการเบรคไม่อยู่

     

ผ้า เบรค หมด,เบรค ไม่ อยู่,อาการ ผ้า เบรค หมด,รถ เบรค ไม่ อยู่,ผ้า เบรค หมด อาการ,เบรค มือ ไม่ อยู่,อาการ เบรค หมด,วี โก้ เบรค ไม่ อยู่,วิธี ดู ผ้า เบรค หมด,ผ้า เบรค หมด อันตราย,วิธี ดู ผ้า เบรค รถยนต์ หมด,อาการ ผ้า เบรก หมด,วิธี ดู ผ้า เบรค รถยนต์ หมด,อาการ ผ้า เบรก หมด,อาการ ผ้า เบรค หลัง หมด,ผ้า เบรค รถยนต์ หมด,วิธี สังเกต ผ้า เบรค หมด,อาการ ผ้า เบรค รถยนต์ หมด,อาการ ของ ผ้า เบรค หมด,ผ้า เบรค หมด เร็ว,ผ้า เบรค หลัง หมด

          น้ำมันเบรครั่วจากระบบ

 อาจมีการแตกชำรุด ของอุปกรณ์จนทำให้น้ำมันเบรคไหลออก จนไม่สามารถส่งถ่ายแรงดันไปกดกระบอกสูบเบรคได้ เช่น ท่อแป๊บน้ำมันเบรค ลูกยาง ตามจุดต่างๆเสื่อมสภาพ

                ผ้าเบรคหมด

 จนหลุดออกมา กรณีที่ไม่สังเกตผ้าเบรค และปล่อยจนผ้าเบรคหมด ตัวผ้าเบรคจะบางจนหลุดจากฝักก้ามเบรค และจะทำให้ลูกสูบเบรคหลุด

               ส่วนประกอบหลุดหลวม 

ซึ่งก็มีหลายจุดที่ให้ตรวจเช็ค เช่น สากแป้นเบรค น็อตยึดขาเบรค ฝักเบรก คาริบเปอร์ ซึ่งขับไปนานๆก็อาจมีการหลวม เคลื่อนได้ และอาจมากจนหลุดออกมา

                สายอ่อนเบรคแตก

 เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด สายอ่อนเบรคนั้น เวลาจอดจะไม่เห็นสิ่งผิดปกติ แต่เมื่อเสื่อมสภาพ สายพวกนี้เวลาเบรคจะพองตัว ไม่สามารถส่งน้ำมันไปยังกระบอกเบรคได้เต็มที่ และกรณีที่เบรคแรงๆ สายอ่อนนี้อาจแตกได้ ทำให้เบรคแตกอันตรายที่สุด หรือ บางทีช่างที่เปลี่ยนผ้าเบรกควลาใส่แล้วางตำแหน่งสายอ่อนเบรคไม่ดีจะทำให้สายเสียดสีกับล้อจนเสียหายได้ในที่สุด

               การทำงานของระบบเบรคนั้น 

จะเป็นการทำงานในลักษณะของการเปลี่ยนรูปพลังงาน จากพลังงานกลมาเป็นพลังงานความร้อน คล้ายกับการทำงานของเครื่องยนต์ ที่เปลี่ยนรูปพลังงานความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้ มาเป็นพลังงานกลในการขับเคลื่อน การเปลี่ยนรูปแบบพลังงานของระบบเบรคจากพลังงานกลมาเป็นพลังงานความร้อน จะส่งผลตามมาในเรื่องของอายุการใช้งาน และการสึกหรอ

               เมื่อลูกสูบมากดผ้าเบรคให้จับกับจานเบรค จะเปลี่ยนรูปพลังงานจากพลังงานกล มาเป็นพลังงานความร้อน อันเนื่องมาจากการสัมผัสกันระหว่างผ้าเบรค กับจานเบรคนั่นเอง ความร้อนที่เกิดขึ้นนี้ ผู้ออกแบบต้องคำนวณร่วมกับสมรรถนะ และน้ำหนักตัวรถ ให้พอเหมาะ อาจ เผื่อหรือไม่ก็ขึ้นกับว่าเป็นรถประเภทไหน คุณภาพของน้ำมันเบรคจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ที่ใช้รถนอกเหนือไปจากการใช้งานปกติ

              เรามักคุ้นเคยกับเกรดน้ำมันเบรคว่า DOTซึ่งจะแบ่งเป็น DOT 3 หรือ DOT 4 ก็แล้วแต่ลักษณะการใช้งาน ตัวเลขยิ่งมากยิ่งมีจุดเดือดสูง นั่นหมายความว่า จะทนต่อการใช้งานหนักได้ดี โดยเฉลี่ยแล้วรถทั่วๆ ไปจะใช้น้ำมันเบรค DOT 3 เป็นมาตรฐาน แต่ในรถกลุ่ม พีพีวี หรือ 4×4 ที่เราพูดถึงนั้น มันอาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้งาน โดยเฉพาะรถเกียร์อัตโนมัติ ที่เบรคต้องใช้งานมากกว่าปกติ น้ำมันเบรคก็จะมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ
 
ผ้า เบรค หมด,เบรค ไม่ อยู่,อาการ ผ้า เบรค หมด,รถ เบรค ไม่ อยู่,ผ้า เบรค หมด อาการ,เบรค มือ ไม่ อยู่,อาการ เบรค หมด,วี โก้ เบรค ไม่ อยู่,วิธี ดู ผ้า เบรค หมด,ผ้า เบรค หมด อันตราย,วิธี ดู ผ้า เบรค รถยนต์ หมด,อาการ ผ้า เบรก หมด,วิธี ดู ผ้า เบรค รถยนต์ หมด,อาการ ผ้า เบรก หมด,อาการ ผ้า เบรค หลัง หมด,ผ้า เบรค รถยนต์ หมด,วิธี สังเกต ผ้า เบรค หมด,อาการ ผ้า เบรค รถยนต์ หมด,อาการ ของ ผ้า เบรค หมด,ผ้า เบรค หมด เร็ว,ผ้า เบรค หลัง หมด

ผ้า เบรค หมด,เบรค ไม่ อยู่,อาการ ผ้า เบรค หมด,รถ เบรค ไม่ อยู่,ผ้า เบรค หมด อาการ,เบรค มือ ไม่ อยู่,อาการ เบรค หมด,วี โก้ เบรค ไม่ อยู่,วิธี ดู ผ้า เบรค หมด,ผ้า เบรค หมด อันตราย,วิธี ดู ผ้า เบรค รถยนต์ หมด,อาการ ผ้า เบรก หมด,วิธี ดู ผ้า เบรค รถยนต์ หมด,อาการ ผ้า เบรก หมด,อาการ ผ้า เบรค หลัง หมด,ผ้า เบรค รถยนต์ หมด,วิธี สังเกต ผ้า เบรค หมด,อาการ ผ้า เบรค รถยนต์ หมด,อาการ ของ ผ้า เบรค หมด,ผ้า เบรค หมด เร็ว,ผ้า เบรค หลัง หมด


              จุดเดือด (BOILING POINT) ของน้ำมันเบรคเกรด DOT 3 จะต้องมีจุดเดือดสูงกว่า 205 องศาเซลเซียส ส่วนน้ำมันเบรคเกรด DOT 4 จะต้องมีจุดเดือดสูงกว่า 230 องศาเซลเซียส ความร้อนที่เกิดขึ้นที่ผ้าเบรค และจานเบรค มีสูงกว่านั้นเยอะ แต่จะถูกระบายทิ้งไปอย่างรวดเร็วจากลมที่พัดผ่าน แต่ส่วนหนึ่งก็จะถูกถ่ายทอดมายังน้ำมันเบรคด้วย เมื่อพบว่าคุณต้องใช้งานบนเส้นทางสูงชันเป็นประจำ และเป็นคนเท้าหนัก แนะนำว่าควรเปลี่ยนน้ำมันเบรคให้เป็นเกรดสูงขึ้น รวมถึงผ้าเบรคด้วย เพื่อให้สามารถทนความร้อนสูงจัดที่เกิดขึ้นได้อย่างดี ลดโอกาสน้ำมันเบรคเดือด หรือผ้าเบรคโอเวอร์ฮีท หรือที่เรียกว่า เบรคเฟด นั่นเอง

น้ำมันเบรคสังเคราะห์แท้ 100% Dot 4 Valvoline (วาโวลีน) Brake Fluid Synthetic สังเคราะห์ 100% ขนาด 0.5 ลิตร
น้ำมันเบรคสังเคราะห์แท้ 100%
ยี่ห้อ: Valvoline (วาโวลีน)
รุ่น: Synthetic - DOT 4
ขนาด: 0.5 ลิตร

ซินเธติค เบรก ฟลูอิด ดอท 4 น้ำมันเบรก สังเคราะห์แท้ 100% คุณภาพสูง เหมาะสำหรับเบรกและคลัตช์ ของรถทุกชนิดที่ระบุให้ใช้น้ำมันเบรกมาตรฐาน DOT 3 หรือ DOT 4 โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ที่ติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยในการเบรกและการควบคุมรถ เช่น ระบบ ABS, EBD, BA, VSC, TRC and etc
สนใจสินค้าได้ที่นี่
https://bit.ly/36xfcfv
ติดตามเพจ
Motor car mechanicช่างอิสระ

////////
ติดตามบล็อก
ติดตามคลิบยูทูป



ยางถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งสำคัญของรถยนต์ที่ต้องการการดูแลรักษาที่ดี

            

            ยางรถยนต์

        ยางรถยนต์ทุกวันนี้มีหลายขนาดหลายยี้ห้อก็มีความแตกต่างกันเช่นความเงียบ ความนุ่ม การรีดน้ำเป็นต้น

        ยางสมัยก่อนเป็นยางตัน แต่ก่อนเป็นยางตันมาจากเกวียนล้อแต่การขับเคลื่อนใช้แรงพวกวัวกับควายพอดีขึ้นก็เริ่มมีเครื่องจักรไอน้ำเข้ามาทำให้ต้องใช้วัตถุพวกโลหะมาทำแต่สมัยน้นยังไม่มีการเอายางมาทำเพราะเทคโนโลยี่หลายอย่างและความแข็งแรงก็ยังไม่ดีพอด้านยาง ก็มีการทำล้อโลหะมาทำยุคเครื่องจักรไอน้ำ

       แต่เครื่องจักรช่วงแรกมาใช้กับรถไฟเพราะขนาดใหญ่และหนักมากล้วมาดัดแปลงเป็นรถก็ยังมีขนาดใหญ่ล้อก็ยังเป็นล้อเหล็กพอเริ่มมีการออกแบบเครื่องจักรก็มีการทำรื่องไอน้ำได้เล็กลงแล้วมาใส่รถม้าแต่ล้อมาดัดแปลงเป็นยางตันเพราะสมัยน้นยังไม่รู้ว่าลมสามารถทำนุ่มนวลได้และรับน้ำหนักได้ จนมีการเอาลมมาทดลองใส่เพราะยางตันทำให้รถเด้งรุนแรงเวลาเจอหลุม

       ยางรถยุคแรกใช้ยางในเพราะยังไม่มีใครรู้ทำยางเรเดียลแต่เข้าใจว่ำยางในเพื่อเก็บลมแล้วเอายางแข็งเป็นยางขับเคลื่อนจนเวลาผ่านไปจากไอน้ำเข้าสู่ระบบเครื่องยนต์ยางก็มีการทำดีขึ้นตามยุคสมัยโดยการแก้ปัญหายางหลายด้านจนดีขึ้น

ยาง รถยนต์,ราคา ยาง รถยนต์,ยาง รถยนต์ ราคา ถูก,ยาง maxxis,ยาง bridgestone,ยาง รถยนต์ ยี่ห้อ ไหน ดี,ยาง Dunlop,ยาง บ ริ ส โตน,ยาง Hankook,ราคา ยาง รถยนต์ ขอบ 15,ยาง ดี ส โตน,ราคา ยาง รถยนต์ ขอบ 16,ยาง Apollo,ยาง รถยนต์ มือ สอง,ยาง goodyear,ยาง toyo,โปร โม ชั่ น ยาง รถยนต์,ยาง goodride,ราคา ยาง รถยนต์ ขอบ 18,ยาง รถ กระบะ,ราคา ยาง บ ริ ด ส โตน,ยาง รถยนต์ มิ ช ลิ น

ยาง รถยนต์,ราคา ยาง รถยนต์,ยาง รถยนต์ ราคา ถูก,ยาง maxxis,ยาง bridgestone,ยาง รถยนต์ ยี่ห้อ ไหน ดี,ยาง Dunlop,ยาง บ ริ ส โตน,ยาง Hankook,ราคา ยาง รถยนต์ ขอบ 15,ยาง ดี ส โตน,ราคา ยาง รถยนต์ ขอบ 16,ยาง Apollo,ยาง รถยนต์ มือ สอง,ยาง goodyear,ยาง toyo,โปร โม ชั่ น ยาง รถยนต์,ยาง goodride,ราคา ยาง รถยนต์ ขอบ 18,ยาง รถ กระบะ,ราคา ยาง บ ริ ด ส โตน,ยาง รถยนต์ มิ ช ลิ น


                ยางรถยนต์

        คือชิ้นส่วนที่ประกอบเป็นล้อของรถยนต์หรือล้อของรถประเภทต่าง ๆ ยางรถยนต์มีสีดำ รูปร่างกลมมีรูตรงกลาง เป็นวงแหวน ภายในกลวงบรรจุ อากาศที่มีความดันสูง หรือ ก๊าซไนโตรเจนเพื่อเพิ่มความปลอดภัย หรือ ยางในรถยนต์สำหรับรับน้ำหนักบรรทุกมาก ยางรถยนต์มีหน้าที่ต้องรับน้ำหนักรถและสัมภาระต่าง ๆ โดยเป็นเพียงส่วนเดียวของรถยนต์ที่สัมผัสพื้นถนน

               ชาลส์ กู๊ดเยียร์ 

        นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน เป็นผู้ค้นพบโดยบังเอิญในปี พ.ศ. 2382 โดยค้นพบว่าเนื้อยางเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถที่จะทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ เขาจึงได้นำยางดิบ (ยางธรรมชาติ) ผสมกับกำมะถันและตะกั่วแล้วลนด้วยไฟ โดยกำมะถันเชื่อมระหว่างโมเลกุลยาง ได้เป็นยางที่มีความยืดหยุ่น คงตัวที่อุณหภูมิต่าง ๆ คงทนต่อความร้อนและแสงแดด และถูกละลายด้วยตัวทำละลายได้ยากขึ้น ซึ่งปฏิกิริยา ได้เป็นยางรถยนต์ที่เราใช้กันอยู่มาถึงทุกวันนี้

        ยางรถยนต์เป็นผลิตภัณฑ์ยางที่เราพบเห็นได้ทั่วไปถูกผลิตขึ้นให้มีสมบัติที่เหมาะสมกับรถยนต์แต่ละประเภทล้อยางรถบรรทุกก็ควรมีสมบัติที่ทนทานและรับน้ำนักบรรทุกได้มาก มีการทรงตัวที่ดีซึ่งแตกต่างจากล้อยางของรถยนต์นั่งที่มุ่งแน่นในเรื่องของความนุ่มนวลในการขับขี่ การทรงตัว การยึดเกาะถนน และความทนทานเป็นอันดับรองลงมา

        แต่เดิมยางรถยนต์ผลิตจากยางธรรมชาติหรือแรกว่ายาง NR (naturalrubber) ปัจจุบันมีการนำยางสังเคราะห์ประเภทยาง SBR (styrenebutadiene rubber) และยาง BR (butadiene rubber) มาผสมด้วยเพื่อปรับปรุงสมบัติของยางธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้น บริษัทผลิตยางรถยนต์ต่างแข่งขันกันวิจัยค้นคว้าเพื่อให้ได้ยางที่เหมาะสมกับการใช้งาน โดยปรับปรุงสมบัติเรื่องการทนความร้อนและน้ำมัน การยึดเกาะผิวถนน ความต้านทานการหมุนที่ต่ำลง ลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
ความสามารถในการ “run-flat” ซึ่งถ้าแปลตรงๆ จะมีความหมายว่า “รถยนต์ยังคงวิ่งได้ แม้ยางแบน” กล่าวคือ ความสามารถในการที่ล้อยางทำให้รถยนต์ยังคงวิ่งอยู่ได้ ถึงแม้ว่าลมจะรั่วออกมาจากยางแล้วก็ตาม การผลิตยางที่มีสมบัติ fun - flat นี้ใช้ เทคนิคการเคลือบผิวใต้ดอกยางด้วยวัสดุ “sealant” ที่สามารถอุดรอยรั่วเล็กๆ ได้หรือเรียกว่า “self-sealing” หรือใช้วิธีเสริมด้วยวัสดุแข็งที่ผนังด้านในของแก้มยางเพื่อพยุงล้อไว้ที่เรียกว่า “self-supportiong” นอกจากนั้นเทคโนโลยีใหม่ที่รวมตัวล้อเข้ากับยางให้เป็นชิ้นเดียวกัน หรือ “auxiliary supported run system” ซึ่งเป็นล้อที่มีรถยนต์ที่มีวงแวนรองรับยางก็มีแนวโน้มที่จะนำมาใช้ผลิตยาง run – flat ในอนาคต

  ดูสินค้าได้ที่นี่  https://bit.ly/2C9uk4V



(ชุดแถมฟรีจุกลม) MICHELIN ปั้มลมอเนกประสงค์ ชนิดไฟฟ้า Digital Power Source รุ่น PRE-SET + แถมฟรี จุกลมเลส (ลูกสูบ) คละสี 1 คู่ มูลค่า 199 บาท
ยาง รถยนต์,ราคา ยาง รถยนต์,ยาง รถยนต์ ราคา ถูก,ยาง maxxis,ยาง bridgestone,ยาง รถยนต์ ยี่ห้อ ไหน ดี,ยาง Dunlop,ยาง บ ริ ส โตน,ยาง Hankook,ราคา ยาง รถยนต์ ขอบ 15,ยาง ดี ส โตน,ราคา ยาง รถยนต์ ขอบ 16,ยาง Apollo,ยาง รถยนต์ มือ สอง,ยาง goodyear,ยาง toyo,โปร โม ชั่ น ยาง รถยนต์,ยาง goodride,ราคา ยาง รถยนต์ ขอบ 18,ยาง รถ กระบะ,ราคา ยาง บ ริ ด ส โตน,ยาง รถยนต์ มิ ช ลิ น

(ชุดแถมฟรีจุกลม) MICHELIN ปั้มลมอเนกประสงค์ ชนิดไฟฟ้า Digital Power Source รุ่น PRE-SET + แถมฟรี จุกลมเลส (ลูกสูบ) คละสี 1 คู่ มูลค่า 199 บาท

คุณสมบัติ
- ปั้มลม (ดิจิตอล) เล็ก กระทัดรัด เหมาะสำหรับการใช้งานทุกประเภท สามารถเสียบกัที่จุดบุหรี่บนรถยนต์ได้ สามารถใช้เติม ลมได้ทุกชนิด อธิเช่น ลมยางรถยนต์, มอเตอร์ไซค์, จักรยาน, หัวยาง, ลูกบอล และ อื่นๆ
- ตัวปั้มลม มีขนาดเล็กกระทัดรัด ไม่เกะกะ พร้อมทั้งฟังก์ชั่น แสดงผลแบบ LED เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ที่สำคัญที่สุด มีช่องเสียบ USB อเนกประสงค์ ลูกค้าสามารถใช้ชาร์ท แบตเตอรี่มือถือได้
- การใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน สินค้ามาพร้อมคู่มือ สำหรับการติดตั้งทั้ง ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ

ข้อมูลจำเพาะ
แรงดันสูงสุด 40PSI สำหรับยางรถยนต์ (120 สำหรับยางจักรยาน)
แรงดันคงที่ มาตรวัดแรงดันที่ +,- 1PSI ไปจนถึง 50 PSI
หน่วยแรงดัน PSI/BAR/kPa
กระแสไฟสูงสุด 7.5 แอมป์/ 96 วัตต์
ขนาดของฟิวส์ แบบแก้วขนาด 15 แอมป์
ความยาวท่อ 60 เซนติเมตร (โดยประมาณ)
สายไฟ 300 เซนติเมตร (ประมาณ)

  ดูสินค้าได้ที่นี่  https://bit.ly/2C9uk4V

ตั้งศูนย์ถ่วงล้อรถยนต์ให้ล้อสมดุลไม่พวงมาลัยสั่นสะท้าน



อ่านตัวเลขแก้มยาง ขอบล้อ ชั้นผ้าใบ ควรรู้ก่อนเปลี่ยนยาง



ตามผลงานหลายช่องทาง
ติดตามผลงาน
https://kahoop.blogspot.com/
ทางยูทูป
https://www.youtube.com/channel/UCgkDOBhd6_500A3wfwNmK3w…
เพจ
Motor car mechanicช่างอิสระ
https://www.facebook.com/Motor-car-mechanic%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0-116415619741307/?modal=admin_todo_tour










คาร์บอนไฟเบอร์ vs คาร์บอนเคฟลาร์

                  คาร์บอนเคฟลาร์ แท้จริงเป็นอย่างไร ?             หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของวัสดุ คาร์บอนไฟเบอร์ ( CARBON FIBER) และ คาร...